เทคนิคเลือกซื้อครีมบำรุงผิวหน้า
27 สิงหาคม 2558 (1,388 คน)
เทคนิคเลือกซื้อครีมบำรุงผิวหน้า

เดี๋ยวนี้ในท้องตลาดมีครีมบำรุงผิวมากมาย แถมโฆษณาชวนเชื่อแต่ละตัวยังมาช่วยเพิ่มความสับสนในการเลือกซื้อเข้าไปอีก (ยังไม่รวมปัจจัยอื่นๆ เช่น ราคา แบรนด์ ฯลฯ) 
ถ้าคุณเคยรู้สึกสับสนเวลาที่ต้องเลือกซื้อครีมบำรุงผิวกันละก็ มีคำ แนะนำว่าคุณไม่ควรคำนึงถึงยี่ห้อหรือราคาเป็นอย่างแรก แต่ควรดูที่ส่วนผสมในครีมเป็นสำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้ทางการแพทย์มีงานวิจัยยืนยันมาแล้วว่าให้ผลจริง...มีอะไรบ้าง ไปดูกัน 

1.วิตามินเอหรือเรตินอล 

ข้อดี : กระตุ้นให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นบน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้จากภายใน ผิวภายนอกจึงดูเรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยลดลง 

ข้อเสีย : วิตามินเอทำให้แสบแดงและไวแดดได้ ไม่ควรทาตอนกลางวัน ควรบำรุงก่อนนอน, เรตินอลระคายเคืองน้อยกว่า ไม่ทำให้ผิวไวแดด ทาได้ทั้งกลางวันและก่อนนอน ควรเก็บไว้ในที่เย็น เพราะไม่มีความคงตัว, ไม่ควรใช้ขณะที่มีปัญหาผิวแห้งหรืออักเสบ 

2.กรดผลไม้ (AHA) 

ข้อดี : กระตุ้นให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นบนเท่านั้น เนื่องจากครีมที่วางจำหน่ายเป็น AHA ที่มีความเข้มข้นต่ำ 

ข้อ เสีย : ไม่ควรใช้ขณะที่มีปัญหาผิวแห้งหรืออักเสบ ผิวมันควรใช้ในรูปเจลหรือโลชัน ผิวแห้งให้ใช้ในรูปของครีม โดยเริ่มจากความเข้มข้นต่ำๆ ก่อนปรับไปใช้ในความเข้มข้นที่สูงขึ้น 

3.โคเอนไซม์ Q10 

ข้อ ดี : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิวและทำให้ผิวทนต่อรังสียูวีเอได้ดีขึ้น ยับยั้งการสร้างเอนไซม์ซึ่งทำลายคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 สามารถลดริ้วรอยได้ถึง 23 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ เมื่อเปรียบเทียบกับครีมซึ่งไม่มี Q10 

ข้อเสีย : ความปลอดภัยสูง สามารถใช้ได้ในขณะที่ผิวแห้งหรืออักเสบเล็กน้อย แต่ผลที่ได้ไม่ชัดเจนเท่ากับการใช้วิตามินเอหรือเรตินอล ซึ่งมีการศึกษามายาวนานกว่า 

4.DMAE Dimethylaminoethanol) 

ข้อ ดี : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งออกฤทธิ์ได้ดีบริเวณเยื่อบุเซลล์และเสริมการออกฤทธิ์ของสารต้านอนุมูล อิสระตัวอื่นๆ มีการศึกษาพบว่า เมื่อใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ DMAE 4 สัปดาห์ โดยประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ พบว่าผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้น 

ข้อ เสีย : เป็นสารตัวใหม่ที่มีความปลอดภัยสูง แต่ยังมีการศึกษาไม่มากนัก แต่ผลการศึกษาก็น่าทึ่งทีเดียว ในบ้านเราเริ่มมีแบรนด์ชั้นนำเข้ามาจำหน่ายบ้างแล้ว 

เลือกซื้อครีม บำรุงผิวคราวหน้า อย่าลืมพลิกกระปุกหาส่วนผสมเหล่านี้กันด้วยนะจ๊ะ อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงส่วนผสมเท่านั้นที่สำคัญ วิธีการดูแลฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูดีอยู่เสมอก็มีส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า กัน 

วิธีฟื้นฟูผิวหน้าแบบเร่งด่วน 

เคยไหม?......ที่ตื่น เช้าขึ้นมาแล้วเจอเข้ากับใบหน้าหมองคล้ำ ไม่ใส่ปิ๊งปั๊ง ริ้วรอยยับย่นต่างๆ ก็ไม่รู้มาจากไหน ดูแล้วชวนให้หดหู่ใจเป็นที่สุด 
Amanda Lacey ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหน้าบอกไว้ในหนังสือ The 21st Century Beauty Bible ว่าอย่าตกใจไป มีวิธีที่ช่วยให้เช้าอันหม่นหมองของคุณสดใสขึ้นได้อย่างรวดเร็วมาบอกต่อกัน ด้วย 

- อย่างแรก ควรดื่มน้ำร้อนที่หยดน้ำมะนาวคั้นสดเหยือกใหญ่นำไปก่อน จากนั้นควรมีการออกกำลังสักเล็กน้อย เพื่อเป็นการเติมออกซิเจนให้กับผิวหน้าจะเป็นเดิน วิ่ง โยคะ หรือเต้นไปรอบๆ บ้านก็ได้ตามชอบ ตามด้วยการสูดหายใจลึกๆ ช้าๆ อย่างน้อย 6 ครั้ง 

- ต่อมาให้ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยเคลนเซอร์อย่างดี ล้างออกด้วยผ้าชุบน้ำร้อนบิดหมาดๆ แล้วตามด้วยผ้าชุบน้ำเย็นอีกครั้งหนึ่งเพื่อกระชับผิว และรอยแดง แต่ขณะที่เช็ดหน้าด้วยผ้านี้มีเคล็ดลับอีกนิดว่าคุณควรเอนศีรษะไปข้างหลัง (อาจนั่งพิงพนักโซฟาก็ได้) แล้ววางผ้าโปะทิ้งไว้สัก 1-2 นาที เสร็จแล้วให้ทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ด้วยปลายนิ้ว อย่าถูหน้าแรงๆ เด็ดขาด และระหว่างวันก็อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อย 1 ลิตรแล้วหน้าใสปิ๊งก็จะกลับมาหาคุณ 

ข้อแนะนำ 

สำหรับคนที่ไม่สามารถรับประทานนมได้ (ร่างกายไม่สามารถย่อยแลกโตสได้) ทราบไหมว่ามีวิธีทดแทนแคลเซียมจากนมด้วยวิธีอื่นๆ ด้วย 

- ดื่มนม Low-fat หรือนมที่ไม่มีไขมันที่แลกโตสน้อย หรืออาจใช้วิธีดื่มนมถั่วเหลือง 
หรือน้ำส้มคั้นสด 

- เลือกรับประทานโยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือชีสที่มีไขมันน้อย อย่างเชดด้าชีสไขมันต่ำ 

- รับประทานผักใบเข้ม เช่น กะหล่ำปลีเขียว หรือผักคะน้า 

- รับประทานปลากระป๋องที่มีกระดูกเปื่อยนุ่ม เช่น แซลมอน 

ทั้งหมดนี้รับรองได้แคลเซียมไม่ต่างจากนมเลย...จะบอกให้!!!!